สถาบันสุขภาวะพิสิฐ : สถาบันที่เป็นเลิศด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี

logo

ข่าวประชาสัมพันธ์

แม้ผลตรวจสุขภาพยังปกติ แต่อาจไม่ได้แปลว่าสุขภาพยังปกติ

  • 5 ก.ค. 2569
  • ผู้ดูแลระบบ
บทความ

สวัสดีครับ
ช่วงนี้หลายคนยังคงติดตามการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งกำลังเข้าสู่ช่วงเข้มข้นของรอบน็อกเอาต์ (1)

สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจในกีฬาระดับโลกคือ นักฟุตบอลไม่ได้ถูกประเมินเพียงว่า “ยังวิ่งได้หรือไม่”

แต่ทีมแพทย์และนักวิทยาศาสตร์การกีฬาจะติดตามหลายด้านพร้อมกัน ทั้งสมรรถภาพร่างกาย คุณภาพการนอน การฟื้นตัว อาหาร ภาระการฝึกซ้อม และความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ เพราะนักกีฬาระดับสูงรู้ดีว่า ร่างกายที่ดูแข็งแรงภายนอก อาจกำลังมีสัญญาณบางอย่างที่ต้องดูแลก่อนจะเกิดปัญหาใหญ่

ชีวิตของคนทั่วไปก็ไม่ต่างกันมากนัก

หลายคนตรวจสุขภาพประจำปีแล้วพบว่า “ผลตรวจปกติ” น้ำตาลยังไม่ถึงเกณฑ์เบาหวาน ไขมันยังไม่สูงมาก ความดันยังพอรับได้ ผลเลือดหลายอย่างยังอยู่ในช่วงอ้างอิง

แต่ในชีวิตจริงกลับรู้สึกว่า เหนื่อยง่ายขึ้น น้ำหนักค่อย ๆ เพิ่ม รอบเอวใหญ่ขึ้น นอนแล้วไม่สดชื่น เครียดง่ายขึ้น หรือออกแรงแล้วฟื้นตัวช้ากว่าเดิม

คำถามสำคัญคือ หากผลตรวจยังปกติ เราควรถือว่าสุขภาพยังปกติจริงหรือไม่

ในทางการแพทย์ ผลตรวจสุขภาพมีประโยชน์มาก เพราะช่วยค้นหาความผิดปกติหลายอย่างได้ตั้งแต่ระยะต้น แต่ผลตรวจหนึ่งครั้งไม่ได้สะท้อนสุขภาพทั้งหมดของชีวิตคนเรา

โรคเรื้อรังจำนวนมาก เช่น เบาหวานชนิดที่ 2 โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคอ้วนลงพุง และภาวะเมตาบอลิก มักไม่ได้เกิดขึ้นในวันเดียว แต่ค่อย ๆ สะสมจากพฤติกรรมและสภาพแวดล้อมเป็นเวลาหลายปี (2,3)

ก่อนที่ตัวเลขในผลเลือดจะ “ผิดปกติ” ร่างกายอาจเริ่มส่งสัญญาณผ่านเรื่องเล็ก ๆ เช่น เหนื่อยง่าย หิวหวานบ่อย ง่วงหลังอาหาร นอนหลับไม่มีคุณภาพ น้ำหนักขึ้นช้า ๆ รอบเอวเพิ่มขึ้น หรือความเครียดที่ฟื้นตัวยากขึ้น

ในมุมของเวชศาสตร์วิถีชีวิต เราจึงไม่ควรถามเพียงว่า
“ผลตรวจปกติหรือไม่?”

แต่ควรถามต่อว่า
“ชีวิตประจำวันของเรากำลังพาเราเข้าใกล้สุขภาพดี หรือค่อย ๆ พาเราเข้าใกล้โรคเรื้อรัง?”

งานวิจัยพบว่า พฤติกรรมสุขภาพหลายด้านมีผลต่อความเสี่ยงโรคเรื้อรังและการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ไม่ว่าจะเป็นการขาดกิจกรรมทางกาย การนั่งนานเกินไป การนอนหลับไม่เพียงพอ การบริโภคอาหารแปรรูปขั้นสูง และการมีรอบเอวเพิ่มขึ้น (4-8)

ที่สำคัญคือ ปัจจัยเหล่านี้มักเกิดพร้อมกันในชีวิตจริง

คนที่มีชีวิตแบบเมืองจำนวนมากนั่งทำงานทั้งวัน เคลื่อนไหวร่างกายน้อย กินอาหารรีบ ๆ จากร้านสะดวกซื้อหรืออาหารจานด่วน ดื่มเครื่องดื่มหวานเพื่อให้มีแรงทำงาน นอนดึกจากหน้าจอ และตื่นเช้ามาด้วยความรู้สึกไม่สดชื่น เมื่อใช้ชีวิตแบบนี้ต่อเนื่องหลายปี แม้ผลตรวจบางอย่างยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่ร่างกายอาจกำลังค่อย ๆ เสียสมดุลไปแล้ว

ลองเช็กสุขภาพให้ลึกกว่าผลตรวจ
ในสัปดาห์นี้ ลองใช้เวลา 3 นาทีถามตัวเอง 6 ข้อนี้
1. รอบเอวเพิ่มขึ้นหรือไม่?
น้ำหนักตัวอาจยังไม่ขึ้นมาก แต่ถ้ารอบเอวเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นั่นอาจสะท้อนการสะสมไขมันในช่องท้อง ซึ่งสัมพันธ์กับความเสี่ยงโรคเมตาบอลิกและโรคหัวใจและหลอดเลือด7
สำหรับคนไทยโดยทั่วไป ควรระวังหากรอบเอวมากกว่า 90 เซนติเมตรในผู้ชาย หรือมากกว่า 80 เซนติเมตรในผู้หญิง (9)

2. นอนแล้วสดชื่นหรือไม่?
ไม่ใช่เพียงนอนกี่ชั่วโมง แต่ต้องถามว่า ตื่นมาแล้วร่างกายฟื้นตัวจริงหรือไม่
ผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ควรนอนประมาณ 7 ชั่วโมงขึ้นไปต่อคืน และการนอนที่ไม่มีคุณภาพสัมพันธ์กับความเสี่ยงต่อโรคอ้วน เบาหวาน และโรคหัวใจและหลอดเลือด (5,10)

3. ขยับร่างกายพอหรือยัง?
หากวันหนึ่งเดินเพียงไม่กี่พันก้าว นั่งประชุมหรือทำงานหน้าจอเป็นเวลานาน และไม่มีช่วงที่หัวใจเต้นแรงขึ้นเลย สุขภาพอาจกำลังเสียโอกาสสำคัญ
องค์การอนามัยโลกแนะนำให้ผู้ใหญ่มีกิจกรรมทางกายระดับปานกลางอย่างน้อย 150–300 นาทีต่อสัปดาห์ และควรลดเวลานั่งนิ่งๆให้น้อยลง (6)

4. กินอาหารจริงมากพอหรือไม่?
ลองถามตนเองว่า ในหนึ่งวัน เรากินผัก ผลไม้ ถั่ว ธัญพืชไม่ขัดสี และอาหารที่ผ่านการแปรรูปน้อยมากพอหรือไม่ หรืออาหารส่วนใหญ่ของเรามาจากเครื่องดื่มหวาน ขนมขบเคี้ยว อาหารแปรรูปขั้นสูง และอาหารจานด่วน
งานวิจัยพบว่าอาหารแปรรูปขั้นสูงทำให้กินพลังงานเกินและน้ำหนักเพิ่มได้ง่ายขึ้น (8)

5. ฟื้นตัวจากความเครียดได้หรือไม่?
ความเครียดไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แต่ถ้าเครียดแล้วนอนไม่หลับ กินมากขึ้น หงุดหงิดง่าย หรือไม่มีเวลาพักใจเลย นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าระบบฟื้นฟูของร่างกายกำลังอ่อนล้า ความเครียดเรื้อรังสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน การอักเสบ และความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังหลายชนิด (11)

6. ยังทำสิ่งที่เคยทำได้เมื่อ 5 ปีก่อนได้หรือไม่?
เช่น เดินขึ้นบันไดโดยไม่เหนื่อยมาก เดินเร็ว 10–15 นาทีได้ต่อเนื่อง ยกของใช้ในบ้านได้ หรือทำกิจกรรมกับครอบครัว
โดยไม่หมดแรงง่ายๆ
สมรรถภาพทางกายเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสุขภาพที่สำคัญ และสัมพันธ์กับความเสี่ยงต่อ
การเสียชีวิตในระยะยาว (12)

หากตอบว่า “ไม่” หลายข้อ แม้ผลตรวจประจำปียังปกติ นี่อาจเป็นจังหวะสำคัญที่เราควรเริ่มปรับ
วิถีชีวิตก่อนที่ตัวเลขในผลเลือดจะเปลี่ยนไป

เริ่มต้นอย่างไรในชีวิตจริง

ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทุกอย่างภายในวันเดียว

ลองเริ่มจาก 4 เรื่องเล็ก ๆ ในสัปดาห์นี้
หนึ่ง วัดรอบเอวของตนเองและจดไว้
สอง เดินหลังอาหาร 10 นาที อย่างน้อยวันละ 1 มื้อ
สาม เปลี่ยนเครื่องดื่มหวาน 1 แก้วต่อวันเป็นน้ำเปล่า ชาไม่หวาน หรือกาแฟไม่หวาน
สี่ เข้านอนให้เร็วขึ้น 30 นาที อย่างน้อย 3 คืนในสัปดาห์นี้

สิ่งเหล่านี้ดูเป็นเรื่องเล็กๆ แต่สามารถเป็นจุดเริ่มต้นที่จับต้องได้ และมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับในด้านการควบคุมน้ำหนัก ระดับน้ำตาล การนอน และสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด (6,8,10)

ท้ายที่สุดแล้ว ผลตรวจสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญ แต่ไม่ควรเป็นสิ่งเดียวที่เราฟัง

เพราะบางครั้ง ร่างกายอาจส่งสัญญาณเตือนก่อนที่ผลเลือดจะผิดปกติ

การดูแลสุขภาพที่แท้จริงจึงไม่ใช่การรอให้ตัวเลขเกินเกณฑ์แล้วค่อยเริ่มต้น แต่คือการสังเกตชีวิตประจำวันของตนเอง และค่อย ๆ ปรับพฤติกรรมตั้งแต่วันนี้

สัปดาห์หน้า เราจะมาชวนคุยกันต่อว่า เหตุใด “รอบเอว” จึงอาจบอกความเสี่ยงสุขภาพได้มากกว่าน้ำหนักตัว และทำไมคนที่น้ำหนักไม่มากก็อาจมีไขมันสะสมในช่องท้องได้

พวกเราหวังว่า บทความสั้น ๆ ในแต่ละสัปดาห์ จะเป็นส่วนหนึ่งในการชวนท่านผู้อ่านค่อย ๆ ปรับวิถีชีวิตของตนเอง เพื่อก้าวไปสู่การบรรลุเป้าหมายของการ “แก่ช้า เจ็บสั้น อายุยืนแบบมีคุณภาพ”

พบกันใหม่ฉบับหน้า

รศ.ดร.นพ.ภูดิท เตชาติวัฒน์ และ ดร.นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์
สถาบันสุขภาวะพิสิฐ สมาคมเวชศาสตร์ป้องกันแห่งประเทศไทย
KALM Center และสมาคมโค้ชเวชศาสตร์วิถีชีวิตและเวลเนสไทย
4 กรกฎาคม 2569

เอกสารอ้างอิง
1. Fédération Internationale de Football Association. FIFA World Cup 26™ match schedule, fixtures and results [Internet]. Zurich: FIFA; 2026 [cited 2026 Jul 4]. Available from: https://www.fifa.com/en/tournaments/mens/worldcup/canadamexicousa2026/articles/match-schedule-fixtures-results-teams-stadiums
2. World Health Organization. Noncommunicable diseases [Internet]. Geneva: World Health Organization; 2023 [cited 2026 Jul 4]. Available from: https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/noncommunicable-diseases
3. Grundy SM. Metabolic syndrome pandemic. Arterioscler Thromb Vasc Biol. 2008;28(4):629-36.
4. Ekelund U, Tarp J, Steene-Johannessen J, Hansen BH, Jefferis B, Fagerland MW, et al. Dose-response associations between accelerometry measured physical activity and sedentary time and all-cause mortality: systematic review and harmonised meta-analysis. BMJ. 2019;366:l4570.
5. St-Onge MP, Grandner MA, Brown D, Conroy MB, Jean-Louis G, Coons M, et al. Sleep duration and quality: impact on lifestyle behaviors and cardiometabolic health. Circulation. 2016;134(18):e367-86.
6. Bull FC, Al-Ansari SS, Biddle S, Borodulin K, Buman MP, Cardon G, et al. World Health Organization 2020 guidelines on physical activity and sedentary behaviour. Br J Sports Med. 2020;54(24):1451-62.
7. Ross R, Neeland IJ, Yamashita S, Shai I, Seidell J, Magni P, et al. Waist circumference as a vital sign in clinical practice: a consensus statement from the IAS and ICCR Working Group on Visceral Obesity. Nat Rev Endocrinol. 2020;16(3):177-89.
8. Hall KD, Ayuketah A, Brychta R, Cai H, Cassimatis T, Chen KY, et al. Ultra-processed diets cause excess calorie intake and weight gain: an inpatient randomized controlled trial. Cell Metab. 2019;30(1):67-77.e3.
9. International Diabetes Federation. The IDF consensus worldwide definition of the metabolic syndrome. Brussels: International Diabetes Federation; 2006.
10. Watson NF, Badr MS, Belenky G, Bliwise DL, Buxton OM, Buysse D, et al. Recommended amount of sleep for a healthy adult: a joint consensus statement of the American Academy of Sleep Medicine and Sleep Research Society. Sleep. 2015;38(6):843-4.
11. McEwen BS. Protective and damaging effects of stress mediators. N Engl J Med. 1998;338(3):171-9.
12. Kodama S, Saito K, Tanaka S, Maki M, Yachi Y, Asumi M, et al. Cardiorespiratory fitness as a quantitative predictor of all-cause mortality and cardiovascular events in healthy men and women: a meta-analysis. JAMA. 2009;301(19):2024-35.